วันศุกร์, สิงหาคม 02, 2556

ประวัติของตำบล ยุวา อำเภอ สันป่าตอง



ประวัติ ตำบล ยุหว่า  อำเภอ สันป่าตอง

            ตำบลยุหว่า เป็นตำบลที่มีพื้นที่ในอาณาเขตอยู่ในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับอนุมัติจัดตั้งเป็นตำบลเมื่อ พ.ศ.2482 โดยชื่อตำบลยุหว่านั้นมาจากชื่อของกำนันคนแรกในเขตการปกครองตอนนั้น คือ "พ่อขุนยุหว่า" ตำบลยุหว่าเป็นตำบลที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอสันป่าตอง ตำบลยุหว่ามีทั้งหมด 15 หมู่บ้าน มีการปกครองอยู่ 2 เขตการปกครองคือ เทศบาลตำบลสันป่าตอง และองค์การบริหารส่วนตำบลยุหว่า เป็นตำบลที่มีศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ, ความเจริญและศูนย์ราชการของอำเภอสันป่าตอง


การปกครองในท้องถิ่น
ตำบลยุหว่าแบ่งการปกครองเป็น 15 หมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ 1 บ้านสันป่าตอง                         หมู่ 9   บ้านต้นผึ้ง  
หมู่ 2 บ้านกลาง                                 หมู่ 10 บ้านสันป่าตองใต้ 
หมู่ 3 บ้านหนองหวาย                       หมู่ 11 บ้านศาลา    
หมู่ 4 บ้านกิ่วแลหลวง                        หมู่ 12 บ้านดอนตัน         
หมู่ 5 บ้านอุเม็ง                                 หมู่ 13  บ้านหนองพันเงิน 
หมู่ 6 บ้านหนองปึ๋ง                           หมู่ 14  บ้านมะจำโรง       
หมู่ 7 บ้านใหม่ม่วงก๋อน                     หมู่ 15  บ้านหนองสะเรียม
หมู่ 8 บ้านร้อง

ประวัติตำบลยุหว่า
ตำบลยุหว่า   ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2482 โดยใช้ชื่อของเขตปกครอง ตามชื่อผู้เป็นกำนันคนแรก คือ "พ่อขุนยุหว่า" สภาตำบลยุหว่า(ชื่อขณะนั้น) เดิมตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 บ้านใหม่ม่วงก๋อน ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง] จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 งานและคับแคบต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2537 คณะกรรมการสภาตำบล ได้เล็งเห็นความเจริญก้าวหน้าของตำบล ได้ประชุมและจัดทำโครงการของบประมาณสร้างอาคารเอนกประสงค์เพื่อใช้เป็นสำนักงานของสภาตำบล ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ที่ 9 บ้านต้นผึ้ง ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ในบริเวณหนองสะเรียม มีเนื้อที่รวม 182 ไร่ ซึ่งเป็นที่สาธารณะของตำบล แต่เดิมหนองสะเรียมเป็นหมู่บ้านหนึ่ง ตามตำนานที่เล่าสืบต่อๆ กันมา ราษฏรภายในหมู่บ้านมีอาชีพรับจ้างได้ไปรับจ้างขุดดิน ที่บ้านรองขุด ตำบลแม่ก๊า ในขณะที่ขุดดินอยู่นั้น พวกเขาได้ปลาไหลเผือก 1 ตัว มีขนาดใหญ่มาก (ขนาดยักษ์) และทำอาหารแบ่งกันกินทั่วทั้งหมู่บ้าน แต่มีหญิงหม้ายคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านไม่ชอบและไม่ยอมแบ่งเนื้อปลาไหลให้ เมื่อทำอาหารจากปลาไหลยักษ์แล้ว แบ่งให้แต่น้ำแกง หญิงหม้ายโกรธมากไม่ยอมกินเทน้ำแกงทิ้ง ต่อมาในเวลากลางคืน ชาวบ้านที่กินปลาไหลเผือกยักษ์ ต้องมีอันเป็นไปโดยที่แผ่นดินแยกทรุดตัวลงทั้งบ้านทั้งคนหายจมไปหมด เหลือแต่บ้านของหญิงหม้ายเพียงหลังเดียว คือบริเวณที่ตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลยุหว่า ปัจจุบันนี้ คงเหลือที่ดินเป็นเกาะเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ และหนองน้ำจำนวน 172 ไร่ รวมเนื้อที่หนองสะเรียมทั้งสิ้น 182 ไร่

ประวัติผู้ให้ความรู้



ประวัติผู้ให้ความรู้เรื่องการทำโคมไฟจากหวาย


นางมธุรส        อินสอน   อายุ  35 ปี
ผู้ตั้งกลุ่มการทำโคมไฟจากหวาย เริ่มก่อตั้งในปี 2549
 อาชีพ รับราชการ (ครู)  โดยมีอาชีพการทำโคมไฟจากหวายเป็นอาชีพเสริมและให้คนในชุมชนมีรายได้
ตำบล ยุหว่า    อำเภอสันป่าตอง   จังหวัดเชียงใหม่




คุณยาย โพง     แสนยอด  อายุ 78  ปี
ชำนาญงาน 5 ปี
ให้ความรู้เรื่องการ สาธิตการสานเส้นหวายกับลูกโป่ง





คุณเกรียงไกร    สมศรี  อายุ  39  ปี
ชำนาญงาน 3 ปี
ให้ความรู้เรื่องการ สาธิตการใส่หลอดไฟ





คุณจันทร์ทอง   แสนยอด   อายุ 50 ปี
ชำนาญงาน  5  ปี
ให้ความรู้เรื่องการ สาธิตการดัดแปลงลูกโป่งเป็นรูปหัใจ











อุปกรณ์และวิธีการทำ



อุปกรณ์
    



 1.  ลูกโป่ง ขนาดเล็ก มีความยาว  6  เซนติเมตร    
                                                สามารถหาซื้อได้ที่ เชียงใหม่พลาสติก                                                           







2. หลอดไฟหัวหยดน้ำ  มีขนาดความยาว 3 เมตร มี 20 จุด
ที่เลือกใช้หลอดไฟหัวหยดน้ำเพราะ มีความสว่างมากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ และมีความทนต่อการใช้งาน เมื่อนำหลอดไฟหัวหยดน้ำมาใส่ในหวายก็จะทำให้สีของโคมไฟจากหวายมีสีสันที่สดใสมากยิ่งขึ้น




3. ที่สูบลมลูกโป่งขนาดเล็ก 
ที่เลือกใช้ที่สูบลมขนาดเล็กเพราะ สามารถสูบลมง่ายและได้ขนาดที่พอดี




4.  สีย้อมกก  หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป
ที่เลือกใช้สีย้อมกก เพราะ สีย้อมกกให้สีที่สด และติดทนกว่าสีย้อมชนิดอื่นๆ 
ข้อเสีย  สีย้อมกก จะติดมือง่ายและล้างออกยาก


    
     5.   เส้นหวายชนิดฟอกสี    เส้นหวายชนิดฟอกสีจะมีสีขาว
          เหมาะกับการน้ำมาย้อมสี เพราะจะให้สีสัยที่สวยงาม




5.1  เส้นหวายชนิดไม่ฟอกสี  
จะให้สีน้ำตาลแดง เมื่อนำมาทำเป็นโคมไฟก็จะได้สีธรรมชาติของหวาย


                                            

 7. ถังพลาสติก 
ใช้ในการผสมสีย้อมกก มีขนาด  20 ลิตร
( อาจจะใช้ถังชนิดอื่นหรือขนาดอื่นก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของผู้ใช้ )




8. ถุงมือพลาสติก(อย่างหนา)
หาซื้อได้ที่ กาดงัว เพราะมีคุณภาพดี ทนทาน
หมายเหตุ ถ้าเราใช้ถุงมือแบบผ้าจะทำให้สีย้อมกกติดมือและล้างออกยาก



วิธีทำ 

1. นำเส้นหวายไปพรมน้ำหรือเปิดน้ำใส่เส้นหวาย 
เพื่อให้เส้นหวายมีความนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการนำมาพันกับลูกโป่ง


2. สูบลูกโป่งให้ได้ลูกขนาดเส้นรอบวง 18 เซนติเมตร
ซึ่งเป็นขนาดที่เป็นมาตราฐานของการทำโคมไฟทรงกลม




3. นำหวายมาพันกับลูกโป่ง โดยพันให้รอบลูกโป่งจนเป็นรูปทรงกลม ตามลักษณะลูกโป่งที่ได้
จะมีช่องไฟห่างประมาณ 1.5 เซนติเมตร




4. เมื่อพันเสร้จก็แกะปลายลูกโป่งที่มัดไว้ แล้วจัดเก็บปลายเส้นหวายที่เหลือให้เรียบร้อย





5. นำลูกหวายที่ได้มารอยเป็นพวงๆ โดยใช้เชือกฟางรอย เพื่อที่จะได้สะดวกในการนำไปย้อมสี



วิธีการย้อมสี

1.  เอาสี 5 ถุง ผสมน้ำ 1 ถัง ( น้ำ 20 ลิตร )

2. คนสีให้ละลายน้ำ โดยบ้างสีอาจจะต้องนำไปต้มก่อนเพื่อที่จะให้สีละลายได้ง่าย เช่น สีม่วง

3. นำเชือกฟางไปรอยก่อนจุ่มสี โดยการจุ่มสีควรจุ่มให้สีติดจนทั่วก่อนน้ำไปตาก

4. นำหวายที่จุ่มสีจนทั่วแล้วไปตากแดดให้แห้ง 

5. เอาหวายไปใส่สายไฟ แล้วก็แพ็คใส่ถุง

**หมายเหตุ  การย้อมสีจะต้องดูสภาพอากาศก่อนที่จะย้อม เพราะถ้าสภาพอากาศชื่นย้อมสีไปแล้วก็จะทำให้เกิดเชื่อรา ดังนั้นต้องย้อมสีในวันที่มีแดดเท่านั้น



วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 01, 2556

ชนิดของหวาย




หวาย

        หวาย (อังกฤษ: Rattan palm; ชื่อวิทยาศาสตร์: Calamus sp) เป็นพืชที่พบทั่วไปในเขตร้อนของทวีปแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสตราเลเชีย ทั่วโลกมีหวายเกือบ 600 ชนิด เฉพาะในประเทศไทย มีหวายเกือบ 60 ชนิด เช่น หวายโคก หวายดง หวายน้ำผึ่ง เป็นต้น
      ลักษณะโดยทั่วไปของหวายเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยหรือไม้รอเลื้อยตระกูลปาล์ม ลำเถาชอบพันเกาะต้นไม้ใหญ่ มีกาบหุ้มต้น และมีหนามแหลม มีความเหนียว ใบเป็นรูปขนนกเล็กๆ ใบย่อยนั้นเรียวยาว มีสีเขียวสด ก้านใบหนึ่งๆ มีใบย่อยราว  60 - 80 คู่ ออกดอกเป็นช่อ สีขาวปนเหลือง ผลค่อนข้างกลม เปลือกเป็นเกล็ด ลูกอ่อนเปลือกสีเขียว เนื้อสีขาว ผลแก่เปลือกสีเหลือง เปลือกล่อน   เนื้อแข็ง   รสเปรี้ยวฝาด

หวาย มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถดัดได้ มีความเหนียวเป็นลักษณะเฉพาะ มีลำต้นขนาดเท่ากันตามชนิด มีความมันในระดับผิว จึงเหมาะต่อการจักสาน ทำเฟอร์นิเจอร์ ขนาดของลำต้นจะมีตั้งแต่ 3 - 60 มม. ความยาวตามสิ่งแวดล้อม เช่น อาศัยไม้ที่ปีนป่ายมีความยาวตั้งแต่ 10-20เมตร อายุการใช้งาน  7-10 ปี หวายมีหลายชนิด ทุกประเภททำจักสาน เฟอร์นิเจอร์

1.หวายหางหนหรือ หวายตะค้าทอง   เปลือกผิวสีเหลือง มีความเหนียว เส้นเท่า ๆ กัน เป็นหวายเส้นเล็กมีขนาดยาว 10 -15 เมตร เลื้อยตามต้นไม้ ขึ้นในป่าทึบ มีความชื้น ใช้ลำต้นแก่จัดอายุ 6 -7 ปี นำมาดัดทำลายลูกกรง และผ่าเป็นเส้นเล็ก ๆ รีดเป็นเส้นเล็ก ๆบาง ๆ เพื่อทำจักสานต่าง ๆ หรือใช้ร้อยรัดเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน

2.หวายน้ำ   เป็นหวายเส้นใหญ่กว่าหวายหางหนู ลำต้นกลม ใหญ่ประมาณนิ้วก้อยผู้ใหญ่ มีความยาว 8 -10 เมตร ชอบขึ้นตามริมน้ำ เช่น แม่น้ำชี แม่น้ำมูล   ใช้ทำโครงสร้างของงานจักสานหรือนำมาจักตอกเป็นเส้นก็ได้

3. หวายนิ่ม   เปลือกสีผิวมันวาวคล้ายหวายตะค้าทอง ลำต้นยาวเสมอ ขนาดเท่ากับหวายน้ำซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 -15 มม. แต่มีลำต้นยาวถึง 10-50 เมตร ขึ้นในป่าดิบ ใช้ทำโครงสร้างงานจักสาน อ่อนนิ่ม ดัดง่าย แก่เนื้อเหนียว

การใช้ประโยชน์
หวายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศในเขตร้อน โดยเฉพาะประเทศไทย ในจังหวัดสกลนครและขอนแก่น มีการปลูกหวายเชิงการค้า นิยมนำส่วนลำต้นที่สูงและมีความ ยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษมาสานเป็นเฟอร์นิเจอร์ หวายอ่อนใช้กินเป็นผักจิ้มน้ำพริก แกะเปลือกออกแล้วนำไปทำส้มตำ หน่อหวายใช้ทำอาหาร เช่น แกงอ่อม ซุบหน่อหวาย ยำ ข้าวเกรียบและหวายทอดกรอบ หวายบางชนิดในผลมีเรซินสีแดงเรียกเลือดมังกร ซึ่งใช้เป็นยาในสมัยโบราณและใช้ย้อมสีไวโอลิน ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ใช้หน่อหวายเป็นอาหารเช่นกัน

แหล่งที่มา::  http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bmgang&group=17 และ


ขั้นตอนการทำโคมโฟจากหวาย


   
  ขั้นตอนที่ 1  นำลูกโปร่งมาสูบลม และ ดัดลูกโปร่งให้เป็นรูปหัวใจ
ขั้นตอนที่ 2  นำหวายมาพันรอบลูกโป่ง
ขั้นตอนที่ 3  นำหวายมาร้อยเป็นพวงแล้วนำไปย้อมสี
ขั้นตอนที่ 4  นำหวายไปตาก
ขั้นตอนที่ 5  นำหวายมาใส่หลอดไฟ
ขั้นตอนที่ 6 นำไปแพ็ค